ข้อผิดพลาดที่ทำให้งานไม่ผ่าน Turnitin

เข้าใจให้ชัด ก่อนส่งงานวิชาการ ลดความเสี่ยงเปอร์เซ็นต์ซ้ำสูง

Turnitin เป็นเครื่องมือตรวจสอบความซ้ำซ้อนที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายในมหาวิทยาลัยและวารสารวิชาการ ผลการตรวจไม่ได้ใช้เพียงเพื่อ “จับการลอก” เท่านั้น แต่ยังสะท้อน ความเข้าใจด้านการเขียนเชิงวิชาการและจริยธรรมการวิจัยของผู้เขียน

นักศึกษาจำนวนมากพบว่า “เขียนเองทุกคำ แต่เปอร์เซ็นต์ Turnitin ยังสูง”

สาเหตุส่วนใหญ่มักมาจาก ข้อผิดพลาดในการเขียนและการอ้างอิง มากกว่าการลอกผลงานโดยเจตนา บทความนี้จะอธิบาย ข้อผิดพลาดสำคัญที่ทำให้งานไม่ผ่าน Turnitin พร้อมแนวทางหลีกเลี่ยงอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ

🔍 Turnitin ไม่ได้ดูแค่เปอร์เซ็นต์

ก่อนเข้าใจข้อผิดพลาด ควรรู้ก่อนว่า
📌 Turnitin เปรียบเทียบข้อความกับฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ได้แก่

  • งานวิชาการ
  • วิทยานิพนธ์
  • เว็บไซต์
  • งานที่เคยส่งในระบบมาก่อน

ดังนั้น งานที่ “ไม่ลอก” ก็อาจขึ้นเปอร์เซ็นต์สูงได้ หากเขียนไม่ถูกวิธี

❗ 1. คัดลอกข้อความมาเรียบเรียงใหม่ แต่ยังใกล้เคียงต้นฉบับเกินไป

Paraphrase ไม่สมบูรณ์ แม้จะเปลี่ยนคำบางคำ แต่โครงสร้างประโยคและลำดับความคิดยังเหมือนต้นฉบับ

👉 Turnitin ยังสามารถตรวจพบความคล้ายคลึงได้

🔴 ตัวอย่างข้อผิดพลาด

  • เปลี่ยนคำศัพท์เล็กน้อย
  • สลับตำแหน่งคำ แต่โครงสร้างเดิม

✅ แนวทางที่ถูกต้อง
✔ อ่านต้นฉบับให้เข้าใจ
✔ ปิดเอกสาร แล้วเขียนใหม่ด้วยภาษาของตนเอง
✔ อ้างอิงแหล่งที่มาเสมอ

❗ 2. อ้างอิงไม่ครบ หรืออ้างอิงผิดรูปแบบ

การใส่แหล่งที่มาไม่ถูกต้อง เช่น

  • ไม่มี in-text citation
  • อ้างในเนื้อหา แต่ไม่มีในบรรณานุกรม
  • รูปแบบ APA / Vancouver / IEEE ผิด

📌 Turnitin จะยังนับว่าเป็นข้อความซ้ำ

✅ แนวทางที่ถูกต้อง
✔ ตรวจสอบการอ้างอิงทุกครั้ง
✔ ใช้รูปแบบเดียวกันทั้งเล่ม
✔ ใช้โปรแกรมจัดการบรรณานุกรมช่วย เช่น EndNote, Mendeley

❗ 3. ใช้คำจำกัดความหรือทฤษฎีเดิมซ้ำ ๆ โดยไม่เรียบเรียง

ข้อความเชิงทฤษฎี เช่น

  • นิยามความหมาย
  • หลักการ
  • แนวคิดมาตรฐาน

มักถูกใช้ซ้ำในงานวิชาการจำนวนมาก หากนำมาใช้โดยตรง จะทำให้เปอร์เซ็นต์สูงทันที

✅ แนวทางที่ถูกต้อง
✔ สรุปแนวคิดด้วยภาษาของตนเอง
✔ ใช้การอ้างอิงประกอบ
✔ หลีกเลี่ยงการคัดลอกนิยามทั้งย่อหน้า

❗ 4. คัดลอกงานของตนเอง (Self-Plagiarism)

หลายคนเข้าใจผิดว่า “งานที่เขียนเอง ใช้ซ้ำได้”

แต่ Turnitin จะตรวจพบว่าเป็น งานที่เคยส่งในระบบแล้ว

📌 ถือเป็นการซ้ำซ้อนทางวิชาการ

✅ แนวทางที่ถูกต้อง
✔ เขียนใหม่ทั้งหมด
✔ อ้างอิงงานเดิมของตนเองอย่างเหมาะสม
✔ ขอคำแนะนำอาจารย์ก่อนนำมาใช้ซ้ำ

❗ 5. ใช้ประโยคมาตรฐานซ้ำจำนวนมาก

เช่น

  • วัตถุประสงค์การวิจัย
  • โครงสร้างบทที่
  • คำอธิบายขั้นตอนการวิจัยแบบสำเร็จรูป

📌 หากใช้ซ้ำจำนวนมาก จะดันเปอร์เซ็นต์รวมให้สูงขึ้น

✅ แนวทางที่ถูกต้อง
✔ ปรับถ้อยคำให้เป็นบริบทของงานตนเอง
✔ หลีกเลี่ยงการคัดลอกโครงสร้างประโยค

❗ 6. ไม่ตั้งค่า Exclude ให้เหมาะสม

Turnitin สามารถตั้งค่า

  • ไม่รวมบรรณานุกรม
  • ไม่รวมคำที่ซ้ำต่ำกว่า X คำ

หากไม่ตั้งค่า อาจทำให้เปอร์เซ็นต์สูงโดยไม่จำเป็น

 

📌 ข้อนี้ควรตรวจสอบกับอาจารย์หรือเจ้าหน้าที่ก่อนส่ง

❗ 7. เข้าใจผิดว่า “เปอร์เซ็นต์ต่ำ = ผ่านเสมอ”

ความจริงคือ
❌ ไม่มีเกณฑ์เปอร์เซ็นต์ตายตัว

✔ อาจารย์พิจารณา คุณภาพการเขียนและแหล่งที่มาที่ซ้ำ 

งานที่เปอร์เซ็นต์ต่ำ แต่ซ้ำในส่วนสำคัญ อาจไม่ผ่าน ขณะที่งานเปอร์เซ็นต์สูง แต่ซ้ำจากบรรณานุกรม อาจผ่านได้

📌 Checklist ก่อนส่งงานเข้า Turnitin

✔ เขียนด้วยภาษาของตนเอง
✔ Paraphrase อย่างถูกต้อง
✔ อ้างอิงครบถ้วน
✔ ตรวจรูปแบบบรรณานุกรม
✔ หลีกเลี่ยงการใช้ข้อความสำเร็จรูป
✔ ตรวจรายงาน Turnitin อย่างละเอียด

🎯 ผ่าน Turnitin ไม่ใช่เรื่องของเทคนิค แต่คือ ความเข้าใจ

การผ่าน Turnitin อย่างแท้จริง ไม่ใช่การ “หลบระบบ” แต่คือการ
✔ เขียนอย่างมีจริยธรรม
✔ เข้าใจหลักการอ้างอิง
✔ เคารพผลงานทางวิชาการของผู้อื่นเมื่อเขียนถูกต้องตั้งแต่ต้น

👉 เปอร์เซ็นต์จะลดลงโดยธรรมชาติ
👉 งานมีคุณภาพ และผ่านการพิจารณาได้อย่างมั่นใจ